๗.:ความคิดทางจิต

posted on 01 Jun 2008 15:06 by niightmarez

 

-ใจเราบ้างครั้งก็ไปเร็วกว่าความคิดซะอีก
-เวลาบางครั้งมันก็เดินเร็วบางครั้งมันก็เดินช้า แต่มันยังคงมีแค่ถึงเลข24
-นานแสนนาน แล้วคำว่านานมันคือกี่วัน?
-เขาว่ากันว่า.... เขาในที่นี้หมายถึงใคร?
-ครับผม ทำไมต้องมีผม ทำไมต้องแทนตัวเองว่าผม แล้วผมมันได้อยู่บนหัวเร๊อะ?
-เซเว่นไม่มีประตูล๊อคกันขโมย จึงถูกปล้นยามวิกาล
-ไม่มีอะไรที่แน่นอนแล้วเปนนิรันดร์
-คำสัญญาแค่ข้อตกลงที่ไม่มีลายลักษณ์อักษร แต่การกระทำต่างหากที่เป็นรูปธรรม
-ถ้ารู้จักปล่อยวางมันจะทำให้เราไม่ป่วยจิต
-การที่เราได้อยู่คนเดียว ทำให้เราได้มองตัวเองมากขึ้น
-การที่เราอกหักทำให้เราฟังเพลงเพราะมากขึ้น และหวั่นไหว มองดาวเดือนสายลมแสงแดดนับวันเวลาและรอคอย
-หากเรายอมรับการเปลี่ยนแปลงมันจะลดแรงกระแทกได้ดีทีเดียว
-เพลงรักและเพลงเศร้ายังคงทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์แบบอยู่ที่เราเลือกและฟังมันด้วยอารมณ์ไหนแล้วอิน
-ทุกสิ่งทุกอย่างเราเชื่อว่ามีสองด้านรวมกัน เหมือนลัทธิหยินหยาง
-ปรัชญาชีวิตและกวีที่อ้างอิงทำให้เตือนชีวิตตัวเราเองและพูดออกมาว่า เออ จริงว่ะ...
-การฟังเพลงตะโกนหรือว้ากทำให้เราปลดปล่อยและได้กำลังใจ
-การใส่ใจคนรอบข้างทำให้เราอยากให้คนรอบข้างใส่ใจเราบ้าง
-ถ้าเราทำอะไรที่จริงใจ จะทำให้เรารู้สึกดี
-เรามักจะเห็นตาเดินหมากที่ดีๆของคนอื่น แต่พอลองเล่นจริงแล้ว เรากลับมองไม่เห็นทางดีๆ ก็เหมือนกันปัญหา
[แต่ปัญหาก็เหมือนสิวที่เราต้องพึ่งพี่อ้อย 555 ไม่ใช่และๆ]
-ปัญหาถึงจะเล็กน้อยแต่มันยังขึ้นชื่อว่าปัญหาที่เราจะแก้มันหรือเลือกเมินเฉยให้มันลุกลาม?
-อะไรที่เราไม่ชอบมากมากจะทำให้เรามีอคติและเกลียดชัง
-เชื่อว่าความรักยังเป็นเรื่องดีๆอยู่
-เชื่อว่าเวลาเป็นสิ่งที่มีค่ามาก วันนี้ไม่นานก็จะกลายเป็นเมื่อวานแล้ว
-เชื่อว่าอนาคตไม่มีจริง มีแต่วันพรุ่งนี้กับวันพรุ่งนี้ต่างหาก
-จงทำอะไรที่สร้างสรรค์สักอย่างในหนึ่งวัน
-สนับสนุนให้ทำในสิ่งที่ชอบ ไม่สนับสนุนชอบในสิ่งที่ทำ เพราะสิ่งที่ทำอาจไม่ใช่สิ่งที่ชอบ
-ยังเชื่อว่าชอบไม่ได้แปลว่ารัก คนละความหมายกันอยู่
-สงสารสัตว์โลกให้เหมือนสงสารเพื่อนมนุษย์และสงสารตัวเอง
-มองดวงดาวและพระจันทร์ทำให้เราคิดถึงใครสักคน ถึงแม้คืนนั้นจะไม่มีกระต่าย และหน้าเขาก็ไม่เหมือนพระจันทร์
-มองฟากฟ้าในยามกลางคืนบ้าง จะได้รู้ว่ามันอากาศดีและเยือกเย็นและสงัด
-เชื่อว่าดาดฟ้าถูกสร้างมาเพื่อให้เรามองดาว
-เราไม่ควรเอาแต่พูดแต่รีบๆลงมือทำจะบังเกิดผลดีกว่า
-ไม่ควรอวดฉลาดในที่สาธรณะควรเงียบแล้วฟังและไตร่ตรอง
-พวกพูดหว่านล้อม เป่าหูทำให้เรากังวล ควรหลีกเหลี่ยงและใช้การตัดสินใจของตัวเอง
-เล่นหมากกระดานซักกระดานในหนึ่งวันเพื่ออเหลาสมอง
-ถึงแม้เหลาดินสอไม่เคยสวยแต่ดินสอยังเขียนได้เป็นเส้นดำๆอยู่
-หากเราต้องเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อใคร สิ่งนั้นจะไม่เกิดผล และไม่เป็นตัวเอง
-เป็นตัวเองดีที่สุด และจะเกิดความภูมิใจในตัวเอง
-ให้รางวัลกับตัวเองบ้างด้วยการตั้งเงื่อนไขอะไรก็แล้วแต่
-ยังเชื่อว่าวิธีที่ดีที่สุดคือไม่มีวิธี
-อย่าฝืนในสิ่งที่ทำแล้วมันทำร้ายตัวเอง
-เชื่อว่า ลำบากใจ คนละความหมายกับ เหนื่อยใจ
-เชื่อว่าเพื่อนแปลว่าเรามีกันคนละ 50-50 [เข้าหา]
-เชื่อว่าเพื่อนที่เสียสละคือคนที่ยอมเปน40หรือ30ในขณะที่เราเปน60หรือ70
-เชื่อว่าเพื่อนที่เห็นแก่ตัวชอบกินอะไรเกิน80
-เชื่อว่าเพื่อนคือคนที่พูดความจริงกับเรา ถึงแม้ว่ามันจะเลวร้าย แต่โกหกจะเลวร้ายยิ่งกว่า
-เชื่อว่าเวรกรรมติดไฮสปีดมากกว่าอินเตอเนตในหลักศาสนา
-เราเปนเพียงจุดเล็กๆของจักรวาล
-ยิ้มกว้างๆอย่างจริงใจกับทุกคนจะดีกว่ายิงฟันใส่กันเพราะความโกรธ
-เชื่อว่าพูดไม่เพราะแต่จริงใจดีกว่าพูดเพราะๆแต่เสแสร้ง
-เชื่อว่าเวลาไม่ได้เยียวยาทุกสิ่ง แต่อยู่ที่เราจะเลือกจำหรือลืมหรือเมินเฉยมันต่างหาก
-คู่รักคนตาบอดบางคู่บอกว่า รักที่ใจมองเห็น ไม่ใช่ดวงตาที่มองเห็นแล้วเกิดรัก อยู่ที่ใจ
-รักไม่ได้ทำให้คนตาบอด แต่เรายอมไม่เห็นอะไรในสิ่งที่แย่ของคนที่เรารักมากกว่า
-แง่ดีกับแง่ร้ายที่มองกันในโลกนี้ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่มองในแง่ดีมากกว่า แล้วแง่ร้ายจะทวงความสำคัญของมันบ้างด้วยกันทำให้มนุษย์เอ๋ยผู้น่าสารได้ลิ้มลองความทุกข์ ทรมาน จากความอะไรก็แล้วแต่ ทำให้เรามองมันในแง่ร้ายเหมือนพวกซาตานเป่าหู

-ความ[ใฝ่]ฝันไม่ใช่เรื่องน่ากลัวคนที่ไม่มีความ[ใฝ่]ฝันสิน่ากลัวยิ่งกว่า

-ไม่ได้เป็นการงมงายถ้าเราอธิษฐานขอดวงดาว แล้วได้กำลังใจกลับคืน

 

 

.ล.ไม่ได้พูดหว่านล้อม ไม่ใช่จิตวิทยา แต่เป็นแค่ความคิดของจิตด้านหนึ่งของเราเท่านั้น

 

 

แล้วจิตของคุณคิดอย่างไรกันบ้าง?